เป็นเบาหวาน ร้อยละ 90 ของผู้ป่วย เบาหวานไทยทั้งหมด มักเกิดในผู้ที่อายุมากกว่า 30-40 ปี ขึ้นไป โดยตับอ่อน สร้างอินซูลิน ได้ไม่เพียงพอ ต่อความต้องการ ของร่างกาย หรืออาจเกิดจากการที่เนื้อเยื่อ ไขมัน กล้ามเนื้อ และตับ ไม่สามารถ ใช้อินซูลิน ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม
ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้ สามารถ กินยา ควบคุมระดับน้ำตาล ในเลือดได้ อาการโรคเบาหวาน จะมีอาการ ปัสสาวะบ่อยขึ้น และมากขึ้น โดย มีระดับน้ำตาล ในเลือดสูงเกิน 180 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร จะทำให้มีน้ำตาลออกมาในปัสสาวะ จึงปัสสาวะบ่อยขึ้น ต้องตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืน
ผู้ป่วยจะมีน้ำหนักลด ทั้งๆที่ที่กินเก่งขึ้น กระหายน้ำบ่อย และอ่อนเพลีย ในบางรายอาจมีอาการอื่นๆ เช่น แผลหายช้า คันตามตัว ชาปลายเท้า ตามัว
การป้องกัน การเกิดโรคเบาหวาน ที่ดี คือการควบคุมน้ำหนัก ไม่ให้อ้วน นักออกกำลังกาย เป็นประจำ นอกจากนั้น เมื่อมีอายุ 45 ปีขึ้นไป ควรตรวจเลือด เช็คระดับน้ำตาล ทุกๆ 3 ปี ยกเว้น บางรายที่มีความเสี่ยงที่จะ เกิดโรคเบาหวาน ควรตรวจก่อนอายุ 45 ปี แนะนำตรวจ ทุกๆปี การตรวจสุขภาพทุกๆปี แม้ไม่ได้เป็นการป้องกัน การเกิดโรคเบาหวาน แต่ก็เป็นวิธีช่วยป้องกัน การเกิดปัญหา แทรกซ้อน จากโรคเบาหวานได้
ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ควรลดน้ำหนัก ส่วนใหญ่ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน จะมีน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนัก จะทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลได้ ง่ายขึ้นได้ ยังเป็นการลดการเกิดโรค ร่วมอย่างอื่นลงด้วย เช่นโรคความดันโลหิตสูง ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ควรชั่งน้ำหนักตัวเป็นประจำ เช่นสัปดาห์ละครั้ง และเริ่มลดน้ำหนักตั้งแต่น้ำหนักตัวยังเกินไม่มาก
การควบคุมระดับน้ำตาล ควบคุมอาหาร โดยทั่วไปผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน มีวิธีการกินอาหาร ดังนี้ ควรกินอาหารให้เป็นเวลา เพื่อป้องกันระดับน้ำตาลในเลือดแกว่ง และอาจทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำได้ ในมื้อที่ไม่ได้กินอาหาร หรือกินอาหารเลยเวลา ไม่เติมน้ำตาลในอาหาร ถ้าต้องซื้ออาหารสำเร็จรูป ควรพยายามเลือกอาหาร ที่ไม่มีหวาน ลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง อาหารกลุ่มนี้มักเป็นอาหารทอด การใช้น้ำมันควรใช้น้ำมันที่มีโอเมก้า 3 สูง น้ำมันมะกอก ควรหลีกเลี่ยงการกินเนย ชีล และยายองเนส เพราะมีไขมันสูง
แหล่งของคาร์โบไฮเดรต ควรมาจากข้าว ข้าวเหนียว ขนมจีนก๋วยเตี๋ยว บะหมี่เกี๊ยว มักกะโรนี ขนมปัง เมล็ดธัญพืช มากกว่าขนมหวาน ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทคุกกี้ ช็อคโกแลต เครื่องดื่มหวานๆ
ควรกินผลไม้ที่เป็นแหล่งของน้ำตาล เพราะเหมาะกว่าอาหารหวานๆ ก็มีพลังงานไม่มาก และยังมีเส้นใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุอีกด้วย แต่ควรหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสหวานจัด เช่น ทุเรียน มังคุดลำไย ผลไม้ที่ผู้ป่วยสามารถกินได้ ได้แก่ ส้ม กล้วย มะละกอ แอปเปิ้ลฝรั่ง มะเขือเทศ ลูกพรุน แคนตาลูป
กินอาหารประเภทผัก เกือบทุกชนิด โปรตีนจากปลา และแหล่งโปรตีน ที่ไม่มีในสัตว์ เช่น เต้าหู้เมล็ดธัญพืช นมพร่องมันเนย หลีกเลี่ยงการดื่ม เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เนื่องจากทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดแกว่ง ขึ้นลงได้
หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัด เนื่องจาก อาจจะทำให้ความดันโลหิตสูงได้ ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ไม่ควรมีความดันในเลือดสูง อาจเกิดผลเสียต่อหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง และไตมากขึ้น ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น